สุดยอดตำนาน “โชเน็น จัมป์” สุดยอดนิตยสารมังงะของญี่ปุ่น

โชเน็น จัมป์

หากใครเป็นคอการ์ตูนนิตยสารแนวมังงะของประเทศญี่ปุ่นย่อมรู้จัก “โชเน็น จัมป์” (Shonen jump) นิตยสารการ์ตูนชื่อดังรายสัปดาห์ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ เป็นอย่างดี เพราะเป็นหนังสือเพียงไม่กี่เล่มที่ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านมาอย่างยาวนาน โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นเด็กผู้ชาย ซึ่งโชเน็น จัมป์ ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1968 ไม่เพียงแค่เนื้อหาถูกใจผู้อ่านเท่านั้น แต่นิตยสารชื่อดังนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แจ้งเกิดให้กับนักเขียนการ์ตูนชื่อดังอีกมากมาย จนเป็นที่มาของอนิเมะซีรียส์หลายเรื่องที่ก็ได้รับความนิยมทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศอย่างเช่นประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ผลงานสุดคลาสลิคเรียกได้ว่าเป็นตำนานก็ว่าได้อย่าง “ดร.สลัมป์กับหนูน้อยอาราเล่ และ ดราก้อนบอล (อาจารย์อากิระ โทริยาม่า –ผู้แต่ง) หรือที่ดังมากในยุคปัจจุบันอย่างนารูโตะ (อาจารย์มาซาชิ คิชิโมโตะ – ผู้แต่ง), วันพีช (อาจารย์เออิจิโร โอดะ – ผู้แต่ง), บลีช เทพมรณะ (อาจารย์ไทโตะ คุโบะ – ผู้แต่ง) , กินทาเมะ (อาจารย์ฮิเดอากิ โซราจิ – ผู้แต่ง) และที่โด่งดังไปทั่วโลก เดธโน๊ต สมุดมรณะ และ บาคุมัง วัยซนคนการ์ตูน ผลงานสุดยอดของอาจารย์สึกุมิ โอบะ และ ทาเคชิ โอบาตะ ที่กำลังมีภาพยนต์ออกฉายไปทั่วเอเชีย

ส่วนในประเทศไทยบางคนอาจจะไม่รู้สึกคุ้นหู “โชเน็น จัมป์” เท่าไหร่นัก แต่ถ้าบอกชื่อ “BOOM” เกิน 50% ต้องร้อง อ๋อ!!! อย่างแน่นอน เนื่องจากทางสำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้ซื้อลิขสิทธิ์โชเน็น จัมป์มาแปลเป็นนิตยสารฉบับภาษาไทย (แต่ปัจจุบันได้ปิดตัวลงแล้ว)

ปัจจุบันโชเน็น จัมป์ ก็ยังไม่หยุดที่จะเฟ้นหานักเขียนหน้าใหม่ที่มีความสามารถด้วยการจัดประกวดผลงานวาดการ์ตูนเป็นประจำทุกปี ผู้ชนะจะได้รางวัลเทซึกะ อวอร์ด (เป็นการตั้งตามชื่อศิลปินชื่อดัง โอซามุ เทซึกะ นักเขียน เจ้าหนูปรมาณู) โดยจะมอบรางวัลให้กับผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีสไตล์โดดเด่นมีเอกลักษณ์ของตนเอง และยังมีรางวัล อาคะซึกะ อวอร์ด (ซึ่งตั้งตามชื่อผู้บุกเบิกการ์ตูนแนวแก๊กตลก ฟูจิโอะ อาคะซึกะ) เป็นรางวัลสำหรับนักเขียนที่เขียนการ์ตูนแนวตลก

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมโชเน็น จัมป์ถึงได้เป็นตำนานของนิตยสารการ์ตูนแนวมังงะมาอย่างช้านาน เพราะทางโชเน็น จัมป์ ได้จัดให้มีการทำแบบสำรวจความนิยมในการ์ตูนแต่ละเรื่องจากแฟนๆผู้อ่านนิตยสารอยู่เสมอ เพื่อเป็นการชี้ชะตาว่าการ์ตูนเรื่องไหนที่จะถูกตีพิมพ์ต่อไปหรือจะถูกตัดออกไม่ได้ไปต่อเพราะไม่ได้รับความสนใจจากผู้อ่านแล้วนั่นเองคะ

ใครคือบิดาผู้ให้กำเนิด “โดราเอมอน”ตัวการ์ตูนชื่อดังของโลก??

โดราเอมอน

หากให้พูดถึงการ์ตูนยอดนิยม แน่นอนว่าหนึ่งในเรื่องที่ทุกคนต่างจะต้องพูดถึงก็คือ “โดราเอมอน” เจ้าแมวตัวสีฟ้าที่มีกระเป่าวิเศษสามารถเนรมิตรหยิบสิ่งประดิษฐ์สุดยอดจากโลกอนาคตมาให้กับเพื่อนรักอย่างโนบิตะ ให้กลายเป็นที่อิจฉาของเด็กทั่วโลก

ซึ่งหลายคนก็คงพอจะทราบว่าบิดาพูดให้กำเนิดโดราเอมอนก็คือ “ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ” แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบว่า ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เป็นนามปากกาของนักเขียนถึงสองคนด้วยกัน นั่นก็คือ “ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ” (เกิด 1 ธันวาคม 2476) และ “ โมโตโอ อะบิโคะ” (เกิด 10 มีนาคม 2477) โดยทั้งคู่เป็นคนจังหวัดโทยามะ และเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมมาด้วยกันจึงทำให้มีความสนิทกันมาก เพราะต่างก็มีใจรักในการวาดเขียนการ์ตูนเหมือนกัน รวมทั้งเป็นแฟนตัวยงชื่นชอบผลงานของ “โอซามุ เทะซึกะ” นักเขียนชื่อดังในสมัยมัธยม ผลงานที่ทำร่วมกันครั้งแรกจะเป็นนิตยสารทำมือชื่อ “ RING” พร้อมกับเริ่มหัดวาดการ์ตูนส่งไปตามคอลัมภ์ของหลายๆสำนักพิมพ์ให้ผู้อ่านทางบ้าน จนได้มีโอกาสเปิดตัวการ์ตูนเรื่องแรก ชื่อเรื่องว่า “นางฟ้าทามะจัง”

เมื่อจบชั้นมัธยมทั้งคู่ก็แยกย้ายไปทำงานตามที่ถนัดจึงทำให้หยุดเขียนการ์ตูนไป หลังจากนั้นฮิโรชิก็มาประสบอุบัติเหตุส่งผลให้ต้องออกจากงานและกลับมาเขียนการ์ตูนต่อโดยมีเพื่อนรักอย่างโมโตอะคอยให้การช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาไม่นานก็ออกผลงานเรื่อง “สงครามโลกครั้งสุดท้าย” โดยใช้นามปากกาว่า อะชิซึกะ ฟุจิโอะ พร้อมกับย้ายเข้ามาสู่เมืองหลวงอย่างโตเกียว และเปลี่ยนนามปากกามาเป็น “ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ” ที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ ส่งผลงานที่มีชื่อออกมาให้แฟนได้อ่าน เช่น ผีน้อยคิวทาโร่, นินจาฮัตโตริ, ปาร์แมน

พอปี 1970 ทั้งคู่ก็เริ่มเขียน “โดราเอมอน” ด้วยเน้นกลุ่มผู้อ่านที่อยู่ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยเดียวกับโดราเอมอน และ โนบิตะ เพื่อช่วยเติมเต็มจินตนาการให้กับเด็กๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานโดราเอมอนก็ดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลก มีผู้นำไปสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นฉายทางโทรทัศน์ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ส่งผลให้ฮิโรชิได้รับรางวัล Nihon Mangaka

และสุดท้ายในปี 1987 ทั้งคู่ก็ได้ตกลงใจแยกกันใช้นามปากกา โดยที่ฮิโรชิก็ยังคงเขียนโดราเอมอนมาเรื่อยๆจนถึงปี 1996 ฮิโรชิก็ได้เสียชีวิตลงในวัย 62 ปี ด้วยฝากผลงานชิ้นสุดท้ายคือฉบับบภาพยนต์ ถึงแม้ว่าบิดาผู้ให้กำเนิดโดราเอมอนจะล่วงลับไปแล้ว แต่เชื่อได้ว่า “โดราเอมอน” ยังอยู่ในใจของทุกคนตลอดไป

“หลับตาฝันถึงชื่อเธอ” Anime ชื่อดังแห่งยุค

อนิเมะ

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้หนังแนวอนิเมชั่นย่อมต้องรู้จัก “Kimi no na wa Your Name” หลับตาฝันถึงชื่อเธอ หนังอนิเมชั่นชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผู้ติดตามคอยชมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยหนังเรื่องนี้จะกล่าวถึงหนุ่มสาวม.ปลายคู่หนึ่ง ทาคิเด็กหนุ่มม.ปลายจากโตเกียว และสาวน้อยมิทสึฮะที่โตมากับขุนเขา ดูเหมือนว่าทั้งคู่ใช้ชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความต้องการอยากมีชีวิตในแบบของอีกคน จนมีเหตุพลิกผันทั้งสองคนสลับร่างกันกลับไปมา และพยายามค้นหาความจริงระหว่างกันและกัน แค่ฟังเนื้อเรื่องก็น่าติดตามชมไม่ใช่น้อย ดังนั้นเรามาลองดูกันว่าเรื่องนี้มีอะไรดีที่เราควรต้องไปหาชมคะ

  • เนื้อเรื่อง : มีครบรสทั้งตลก สนุกสนาน ซาบซึ้งประทับใจ รวมไปถึงลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร พร้อมกุมหัวใจคนดูเอาไว้ได้อย่างจับใจ โดยเฉพาะคนที่กำลังแสวงหาความรักแบบพรหมลิขิต เฝ้ารอคอยคนที่ผูกพันกับเราที่ใดที่หนึ่ง
  • อนิเมชั่น 2D : รายละเอียดของภาพสวยชนิดที่ว่าเสมือนจริง การเคลื่อนไหวของตัวละครราบลื่นไม่มีสะดุด รายละเอียดถูกนำมาจับวางได้อย่างลงตัว ดึงบรรยากาศของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นใบไม้แดง ซากุระ หิมะ แสงและเงาต่างๆจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นแค่หนังอนิเมชั่น
  • ตัวละครมีเลือดเนื้อเหมือนจริง : หนังทำให้ตัวละครดูมีชีวิตจิตใจ ไม่เว้นแม้แต่ตัวละครที่เป็นแค่เพื่อนพระเอกหรือนางเอก โดยเฉพาะจุดเด่นอย่างพระเอกนางเอกที่ทั้งมีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา ชวนให้น่าเฝ้าติดตาม
  • ดนตรีและเพลงประกอบฉาก : ที่มาช่วยเสริมให้กับอารมณ์ของหนัง ยิ่งช่วงเพลงที่เป็นไตเติ้ลของภาพยนต์ รวมทั้งเพลงตอนจบ End Credit ด้วย ซึ่งเป็นผลงานของเพลงจากวง Radwimps ที่มีความไพเราะ และความหมายที่กินใจ
  • สอดแทรกปรัชญา วัฒนธรรม : ในหนังได้เพิ่มความเชื่อแบบตะวันออกกลางสอดแทรกลงไป เพื่อทำให้หนังมีความลึกลับ น่าค้นหาติดตามมากขึ้น ยามที่หนังบอกเล่าถึงปาฎิหารย์ระหว่างพระนาง ก็เป็นสิ่งที่คนคนดูพร้อมจะเชื่อตาม เพราะหนังได้ปูแนวทางมาให้แล้ว
  • การตัดต่อ : สามารถตัดต่อได้สอดคล้องกันถึงพระเอกกับนางเอกจะอยู่คนละสถานที่ ต่างเวลากัน ก็ทำออกมาได้เนียน นอกจากนั้นยังมีจังหวะของหนังทั้ง ช่วงเร่ง ช่วงคลาย สลับกันไปมาแล้วแต่อารมณ์ของหนัง ทำให้เวลาดูหนังมีความต่อเนื่องเป็นอย่างดี

ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า Kimi no Na wa คือหนังอนิเมชั่นที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะคุณสมบัติของหนังเก็บงานภาพได้ละเอียด ละครดูมีมิติ ผสมกับแฟนตาซีหน่อยๆ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

การวาดการ์ตูนอนิเมะคิขุอะโนเนะสไตล์ญี่ปุ่น

การ์ตูน

การ์ตูนญี่ปุ่น เป็นการ์ตูนประเภทที่แฟนนักอ่านในเมืองไทยนิยมกันอย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะความหลากหลายที่มีทุกแนวทั้งโรแมนติก ต่อสู้ รักใส ๆ อีกเสน่ห์หนึ่งคือตัวการ์ตูนญี่ปุ่นมีความน่ารัก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการ์ตูนญี่ปุ่นนี้จะเรียกกันว่า มังงะ และการนำมังงะไปสร้างเป็นแอนนิเมชั่นเราก็จะเรียกว่า อนิเมะ นั่นเอง แต่ภายหลังก็นิยมเรียกการ์ตูนญี่ปุ่นว่าอะนิเมะเป็นคำแทนตัวการ์ตูนแบบญี่ปุ่นที่มีตาโต แขนขายาว มีความน่ารักใส ๆ หรือที่เรียกกันว่า คิกขุอะโนเนะ นั่นเอง ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นที่เรามักจะเห็นและเป็นที่นิยมก็คือตัวการ์ตูนทั้งผู้หญิงและผู้ชายอยู่ในชุดนักเรียนญี่ปุ่น วันนี้ เราจะพาไปเรียนรู้วิธีการวาดการ์ตูนญี่ปุ่นผู้หญิงในชุดนักเรียนน่ารัก ๆ กันค่ะ

การวาดการ์ตูนอนิเมะ

1. วาดเค้าโครงขึ้นมาก่อนโดยเริ่มที่วาดหัวเป็นวงกลม ร่างโครงสำหรับขากรรไกรและคางเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ส่วนล่าง ลากเส้นต่อลงมาเพื่อเป็นคอ จากนั้นวาดเส้นโค้งต่อตรงคอลงไปเป็นกระดูกเชิงกราน บริเวณหน้าอกให้วาดเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลากเส้นยาวคู่ลงมาเป็นแขนและขา และแทนมือด้วยรูปสามเหลี่ยม
2. หลังจากลากเส้นโครงร่างเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราจะมาลงเส้นของจริงกันโดยเริ่มที่ลากเส้นโค้งตรงที่ส่วนโค้งส่วนเว้าต่าง ๆ เขียนกากบาทที่บริเวณใบหน้าและหน้าอก เพื่อมาร์คจุดคร่าว ๆ ในการวาดรายละเอียดบนใบหน้า เขียนใบหน้าโดยเน้นให้มีแก้มนิด ๆ และคางแหลม ๆ จากนั้นให้เติมรายละเอียดจริงลงไปโดยเริ่มจากการวาดดวงตาโดยเราสามารถกะตำแหน่งจากเส้นที่เราได้กากบาทไว้ จากนั้นเขียนเส้นโค้งเพื่อเป็นคิ้ว ดวงตาของการ์ตูนอนิเมะจะค่อนข้างกลมโตและมีการลงรายละเอียดให้ดูหวานมากขึ้นโดยใส่ขนตางอนยาวลงไป จากนั้นเขียนเส้นเพื่อเป็นจมูกโดยอาจเป็นขีดเล็ก ๆ หรือเส้นโค้งก็ได้ จากนั้นเติมปากโดยเขียนเส้นโค้งเช่นเดียวกัน ก็จะกลายเป็นปากในลักษณะยิ้ม แต่ถ้าหากอยากเขียนให้ยิ้มแบบอ้าปากก็เขียนขีดตรงและโค้งด้านล่างลงไป ส่วนมากการ์ตูนอนิเมะจะไม่เน้นรายละเอียดบริเวณปากและจมูกเท่าที่ดวงตา
3. เมื่อลงรายละเอียดบริเวณใบหน้าเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการออกแบบทรงผม ทรงผมนักเรียนญี่ปุ่นที่นิยมก็จะเป็นลักษณะผมซอยสไลด์ถึงบริเวณต้นคอ ก็เขียนในลักษณะนั้นลงมา อาจเติมกิ๊บลงไปเพื่อความน่ารักให้กับตัวการ์ตูนได้
4. จากนั้นก็เป็นการออกแบบชุดนักเรียน โดยมากก็จะเป็นเสื้อคลุมแขนยาวรัดรูปด้านนอกและกระโปรงสั้นที่มีจีบรอบตัว อาจเป็นลายสก็อตหรือไม่มีลายก็แล้วแต่ที่เราออกแบบ โดยการ์ตูนญี่ปุ่นนั้นจะเน้นไปที่สัดส่วนที่มีตัวเล็กเอวคอด แขนขายาว ก็ลงรายละเอียดไปตามนั้น เมื่อเขียนขาลงมาก็วาดถุงเท้ารองเท้าให้แบบน่ารัก ๆ ก็เป็นอันเสร็จ จากนั้นก็เติมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จนครบ ลบเส้นร่างที่คุณไม่ต้องการออกก็เป็นอันเสร็จ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้การ์ตูนอนิเมะน่ารัก ๆ แล้วค่ะ

ที่มา
http://th.wikihow.com

อิทธิพลของการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีต่อคนไทย

animeas

ถ้าหากพูดถึงเรื่องของการ์ตูนเชื่อแน่นอนว่าคนไทยนั้นมักจะนึกถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นที่แรก เพราะด้วยความที่มันเหมือนกับเป็นสิ่งที่ผูกพันและอยู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนประเภทไหนก็สามารถที่จะออกมาให้คนไทยได้รับชมหรือติดตามกันอยู่ตลอด ซึ่งเรื่องราวของการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทยนั้นต้องยอมรับเลยว่าเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลในเรื่องต่างๆ อย่างมากต่อคนไทยหรือเด็กไทยที่ติดตามการ์ตูนญี่ปุ่นมาหลายสิบปี และเชื่อว่าทกวันนี้ต่อให้หลายๆ คนเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังคงมีคนที่คอยติดตามการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่ตลอด

เมื่อถามว่าการ์ตูนญี่ปุ่นมีอิทธิพลต่อคนไทยมากแค่ไหนก็คงจะต้องบอกว่านี่คือต้นตำรับของการดูการ์ตูนในบ้านเราเลยก็ว่าได้ เพราะมันเหมือนกับว่าการ์ตูนญี่ปุ่นแทบทุกเรื่องไม่ว่าจะมาในรูปแบบของหนังสือการ์ตูนหรือว่าภาพยนตร์การ์ตูนล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความสนุกสนานให้กับคนไทยมาโดยตลอด หากนึกย้อนไปในสมัยเด็กๆ เอาง่ายๆ ว่าสมัยก่อนนั้นช่อง 9 จะเริ่มฉายการ์ตูนตั้งแต่ 8 โมงเช้า เด็กๆ ทุกคนที่ชอบการดูการ์ตูนก็จะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมานั่งดู และการ์ตูนหลายๆ เรื่องของญี่ปุ่นเองก็ได้สร้างอิทธิพลและแรงบันดาลใจต่างๆ มากมายให้กับเด็กไทย

อย่างการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนนั้นได้สร้างอิทธิพลความคลั่งไคล้ต่อเจ้าแมวหุ่นยนต์ตัวกลมสีฟ้าในบ้านเราและยังถือได้ว่าเป็นการ์ตูนยอดฮิตตลอดกาลของคนไทยอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากเรื่องของภาพลักษณ์แล้วเนื้อหาในการ์ตูนเรื่องนี้ยังสอนถึงเรื่องความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความไม่ย่อท้อตอความลำบาก รวมไปถึงมิตรภาพดีๆ ที่เพื่อนมีต่อกันด้วย หรือจะเป็นการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล ก็ได้สร้างปรากฏการณ์พลังคลื่นเต่าสะท้านฟ้าไปทั่วทั้งเมือง สร้างอิทธิพลการทำผมตั้งเหมือนกับพระเอกของเรื่องอย่าง ซุน โงกุน ที่สำคัญตอนที่นักพากย์ชื่อดังอย่าง น้าต๋อย เซมเบ้ ล้มป่วยหนักก็มีการรวมพลังโดยใช้วิธีการคล้ายๆ กับการ์ตูนดราก้อนบอลเพื่อให้นักพากย์การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ คนนี้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว นี่จึงเป็นสิ่งที่บ่องบอกได้อีกเรื่องถึงอิทธิพลของการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีต่อคนไทย

นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างของการ์ตูนจากญี่ปุ่นชื่อดังที่สร้างอิทธิพลต่างๆ ให้กับคนไทยซึ่งนอกจาก 2 เรื่องนี้แล้วก็ยังมีการ์ตูนญี่ปุ่นอีกมากมายที่เข้ามาสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแน่นอนเข้ามามีอิทธิพลต่อเด็กไทยอยู่ตลอด ซึ่งต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่คนไทยเองให้การยอมรับเลยว่าหากเป็นการ์ตูนที่มาจากญี่ปุ่นจะสามารถการันตีถึงเรื่องความสุดยอดและความน่าสนใจไปได้หลายระดับทั้งๆ ที่อาจจะยังไม่เคยดูด้วยซ้ำ

ทำความรู้จักกับนักวาดการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น

Fujiko-F.-qwff

เวลาที่พูดถึงเรื่องของการ์ตูนนั้นแน่นอนว่าคนไทยมักจะนึกถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับแรกอยู่เสมอ เพราะมันเหมือนกับเป็นความผูกพันที่มีด้วยกันมานานระหว่างเด็กไทยกับการ์ตูนญี่ปุ่น จึงไม่แปลกที่เหล่าบรรดานักวาดการ์ตูนของญี่ปุ่นจะเป็นที่รู้จักอย่างมากในประเทศไทย ซึ่งเมื่อพูดถึงนักวาดการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วก็ลองมาทำความรู้จักกับสุดยอดนักวาดที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นการ์ตูนที่คนไทยชื่นชอบกันมาอย่างยาวนานว่ามีใครกันบ้าง

  1. Fujiko F Fujio – ถ้าหากคุณนึกถึงสุดยอดการ์ตูนชื่อดังในประเทศไทยแน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเรื่อง โดราเอมอน เจ้าแมวหุ่นยนต์อ้วนกลมตัวสีฟ้าที่มาจากศตวรรษที่ 22 ด้วยความน่ารักบวกกับพล็อตเรื่องที่น่าสนใจด้วยการใช้ของวิเศษที่เป็นความคิดของนักวาดผู้ที่มีจินตนาการล้ำเลิศว่าวันหนึ่งของเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นจริงบนโลกมนุษย์ ซึ่งจากตรงนี้บวกด้วยความสนุกสนานของเรื่องที่แต่งขึ้นทำให้เขาและการ์ตูนเรื่องนี้โด่งดังเป็นอย่างมาก ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันเขาจะเสียชีวิตลงไปแล้วแต่ผลงานต่างๆ ของเขาก็ยังคงตราตรึงอยู่กับการ์ตูนเรื่องนี้ตลอดไป
  2. Akira Toriyama – หากใครได้เคยดูชื่อด้งเจ้าของทรงผมตั้งหัวชี้ฟ้าอย่างดราก้อนบอล หรือการ์ตูนที่สร้างชื่อให้กับนักพากย์คนดังของไทยอย่าง น้าต๋อย เซมเบ้ คือ ดร.สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่ แล้วละก็อยากจะบอกว่าผลงานทั้ง 2 เรื่องนี้มาจากปลายดินสอของสุดยอดนักวาดการ์ตูนคนนี้นี่เอง ซึ่งถือได้ว่าเขาผู้นี้เป็นนักวาดการ์ตูนระดับตำนานของญี่ปุ่นอีกหนึ่งคนและยังคงสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาให้เหล่าคอการ์ตูนได้อ่านกันอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งผลงานการ์ตูนที่ผ่านมาของเขาก็นับกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว
  3. Eiichiro Oda – สุดยอดนักวาดการ์ตูนผู้ที่มีแรงผลักดันในวัยเด็กเป็นเรื่องเกี่ยวกับโจรสลัดจนทำให้เขารังสรรค์การ์ตูนขึ้นมาจนโด่งดังอย่างทุกวันนี้กับ วันพีช การ์ตูนโจรสลัดชื่อดัง ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าลายเส้นของเขานั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล และ ดร,สลัมป์ กับหนูน้อยอาราเล่ ซึ่งเป็นผลงานของ Akira Toriyama นั่นเอง และจากการ์ตูนวันพีชที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทำให้เขากลายเป็นนักเขียนการ์ตูนที่รวยอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
  4. Gosho Aoyama – ความสุดยอดของเขาคือการพยายามออกแบบการ์ตูนอย่าง ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ด้วยเนื้อหาการ์ตูนที่แฝงความสนุกมาพร้อมกับเนื้อหาแนวทางในการสอบสวนจึงทำให้เป็นที่ถูกถูกใจเหล่าบรรดานักอ่านการ์ตูนที่ชอบเรื่องราวแนวนี้เป็นอย่างมาก

รายละเอียดตัวละครการ์ตูน one piece

onepiece6wrg

การ์ตูน one piece ถูกเขียนขึ้นโดย เออิจิโระ โอดะ เรืองราวการตามหาสมบัติ เพื่อที่จะได้เป็นจ้าวแห่งโจรสลัด ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ 2540 จนถึงปัจจุบัน one piece เป็นการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นที่มีเสน่ห์คือเนื้อเรื่องอยู่ที่การผจญภัยของตัวละครชื่อ ลูฟี่ ต้องฟันฝ่าอุปสรรค พร้อมกับพิสูจน์มิตรภาพระหว่างผองเพื่อนนั่นเอง

กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง เรือ Thousand sunny จุดเริ่มการเดินทางโดย ลูฟี่ผู้มีความฝันอยากเป็นราชาโจรสลัด จึงได้ออกเดินทางและกินผลไม้ปีศาจ การผจญภัยของกลุมโจรสลัดหมวกฟางจึงได้เริ่มต้นขึ้น

  1. มังกี้ ดี ลูฟี่ โดยทางการได้ตั้งค่าหัวของ ลูฟี่ ไว้ถึง 400 ล้านเบรี ลูฟี่เป็นกัปตันของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง โดยได้กินผลไม้ปีศาจเพื่อเพิ่มพลังในการต่อสู้ เป็นพระเอกของเรื่อง แม้ว่าทักษะความสามารถของพลังลูฟี่จะไม่โดดเด่น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อบวกกับบุคลิกที่มีความเป็นผู้นำสูงจึงได้เป็นกัปตันเรือและหัวหน้ากลุ่มหมวกฟาง
  2. โรโรโนอา โซโล มีค่าหัว 120 ล้านเบรี เป็นนักดาบฝีมือดีประจำกลุ่ม มีฉายาในวงการว่า นักล่าโจรสลัด เป็นสมาชิกคนแรกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง เคยเป็นนักล่าโจรสลัดมาก่อน จะมาเจอกับลูฟี่ เป็นคนจริงจัง เวลาว่างจะนอน และชอบการดื่มเหล้า และมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดในโลก
  3. นามิ สาวน้อยบนเรือผู้มีค่าหัว 16 ล้านเบรี ผู้มีความใฝ่ฝันอยากเขียนแผนที่โลก ทำหน้าที่เป็นต้นหนเรือมีฉายาว่า นางแมวขโมย โดยก่อนมาอยู่กับลูฟี่ เธอเคยสังกัดกลุ่มโจรสลัดเงือก ถูกหลอกให้หาเงินและเขียนแผนที่ เพื่อที่จะได้ปกป้องหมู่บ้านของเธอจากการปกครองแบบเผด็จการ แต่ลูฟี่สามารถช่วยเธอไว้ได้
  4. อุซป มือปืนประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ผู้มีฉายาว่า เจ้าแห่งการซุ่มยิง โซเงคิง ทางการได้ตั้งค่าหัวไว้ 30 ล้านเบรี เป็นคนมีฝือมือสูงพอๆกับการโกหก และขี้ขลาด แต่เรื่องความรักเพื่อนแล้ว อุซป ไม่เป็นสองรองใคร
  5. ซันจิ พ่อบ้านหรือพ่อครัวประจำกลุ่ม ฉายา ขาดำ ซันจิ มีค่าหัว 77 ล้านเบรี ชอบทำอาหารและไม่นิยมใช้มือต่อสู้ เพราะมือมีไว้ทำอาหาร เกลียดคนที่นำอาหารมาเล่น
  6. โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ หมอประจำกลุ่มผู้มีความใฝ่ฝันว่า จะสามารถรักษาทุกโรคได้ ในอดีตเป็นกวางเรนเดียร์จมูกเงิน แต่ได้กินผลไม้ปีศาจเข้าไป ทำให้แปลงร่างเป็นมนุษย์(ไม่เหมือนมนุษย์เท่าไหร่) มีค่าหัว 50 ล้านเบรี่ มีฉายาว่า เรนเดียร์ จมูกเงิน
  7. นิโค โรบิน มีค่าหัว 80 ล้านเบรี เป็นนักโบราณคดีประจำกลุ่ม มีฉายาว่า เทพวิบัติ หรือ ลูกปีศาจ นิโคโรบิน

8. แฟรงกี้ ช่างซ่อมเรือประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มีฉายาว่า ไซบอกร์ก แฟรงกี้ มีนิสัยชอบดื่มโคล่าเป็นชีวิตจิตใจ แฟรงกี้มีอดีตที่แสนเจ็บก่อนที่จะเข้ามาอยู่กับ ลูฟี่ ทางการได้ตั้งค่าหัวเอาไว้ที่ 44 ล้านเบรี

การ์ตูนลูกผู้ชายการ์ตูน One Piece

one-piece...f

การ์ตูนญี่ปุ่นที่เข้ามาเจาะตลาดนักอ่านการ์ตูนในบ้านเรานั้น ส่วนมากค่อนข้างจะไปทางผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่อาจจะมีสำหรับผู้หญิงบ้าง แต่ส่วนมากแล้วมักจะเป็นผู้ชาย ดูได้จากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมักจะมีการ์ตูนที่พูดถึงเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อปกป้องโลก หรือปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองหรือคนที่เรารัก เนื้อเรื่องจึงเน้นไปที่การผจญภัยของเหล่าตัวละครเอกทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น เคนชิโร่(ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ)ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ 2526 – 2531 การ์ตูนเรื่องนี้มีเนื้อหาหรือภาพที่ออกแนวดาร์กสายโหดอยู่ไม่น้อย พูดถึงเรื่องของ เคนชิโร่ พนุ่มพเนจรมีรอยแผลเป็นบนหน้าอก 7 แห่ง หลังโลกยุคโดนรังสีจากระเบิดนิวเคลียร์ ทำให้มีผู้รอดชีวิตเหลือเพียบไม่กี่หยิบมือ และต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงน้ำและอาหาร

Dragon Ball z นี่คือการ์ตูนซีรีย์อนิเมะเรื่องดัง ขวัญใจวัยรุ่นยุคก่อนที่มาพร้อมกับช่อง 9 การ์ตูน คือเรื่องราวของชาวไซย่า นามว่าซุนโกคู และเหล่าคณะ ที่ได้ปกป้องโลกจากสิ่งชัวร้ายทั้งหลายที่พยายามตามหา ดราก้อนบอลทั้ง 7 ลูกเพื่อมาอยู่ในครอบครอง ป้องกันไม่ให้คนชั่วได้ไปเพื่อมาทำลายล้างโลก โดยอนิเมะเรื่องนี้ ได้ออกอากาศในบ้านเราครั้งแรกในปี พ.ศ 2531 ทางช่อง 9 หรือในปัจจุบันเรียกว่าช่อง โมเดิร์นไนน์

ถ้าจะพูดถึงการ์ตูนลูกผู้ชายยอดฮิตในปัจจุบัน ผู้เขียนเชื่อว่า One Piece จะต้องอยู่ในใจของคอการ์ตูนมาเป็นอันดับ 1 แน่นอน ตัวละครพูดถึงชายหนุ่มที่มุ่งมั่นจะเป็นราชาโจรสลัดนามว่า ลูฟี่(หรือลูฟี่หมวกฟาง) แน่นอนว่าโจรสลัดย่อมคู่กับการตามหาสมบัติ คือ One Piece ซึ่งผู้ใดสามารถค้นหาและครอบครองจะได้เป็นราชาโจรสลัด แต่ว่าผู้ที่เคยครองครอง One Piece มีเพียงโกลด์ ดี โรเจอร์ แต่หลังจากที่ครอบครองสมบัติก็ได้ถูกประหาร One Piece ในตำนานจึงไร้เจ้าของตั้งแต่นั้นมา จึงทำให้โจรสลัดทั่วโลกจึงพากันออกตามหา มหาสมบัติตั้งแต่นั้นมา โดยลูฟี่ได้กินผลไม้จากปีศาจทำให้ร่างกายมีลักษณะเป็นยาง แต่ไม่สามารถว่ายน้ำได้ ลูฟี่ได้อาศัยพลังของผลไม้ปีศาจนี้ฝึกฝนเพิ่มเติมพลังวิชาการต่อสู้ โดยได้ออกเดินทางไปตามหาแกรนด์ไลน์ สถานที่ที่โจรสลัดทุกคนเชื่อว่ามีสมบัติ One Piece ซ่อนอยู่ ระหว่างทางลูฟี่พบเจอกับอุปสรรคศัตรูและปีศาจมากมาย แต่ลูฟี่ก็ได้เจอกับสหายร่วมทางไม่ว่าจะเป็น โรโรโนอา โซโล นักดาบผู้มั่งมั่นที่จะเป็นอันดับหนึ่ง อุซปมือปืนจอมโกหกแต่เป็นคนจริงใจต่อเพื่อน นามิสาวน้อยผู้เก่งกาจในการเป็นต้นหนเรือ ซันจิกุ๊กผู้มีพลังวิเศษจอมขี้หลี และ โทนี่ ช็อปเปอร์ กวางเรนเดียร์ที่สามารถพูดภาษาคนได้

เป็นไงละครับท่านผู้ เรื่องราวของลูฟี่แค่เกริ่นนำมาแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ ผู้เขียนต้องขอตัวไปอ่าน One Piece ต่อละครับ

การ์ตูนญี่ปุ่นโรแมนติก ดราม่ายอดนิยม

rdherhahrwe

ช่วงนี้ถ้าพูดถึงการ์ตูนโรแมนติกยอดนิยม และมีการพูดถึงกันแบบปากต่อปากมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการ์ตูนอนิเมะจากญี่ปุ่นเรื่อง Your name หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นคือ Kimi No na wa เป็นอนิเมะเรื่องเยี่ยมที่เข้ามาฉายในบ้านเราแบบเงียบๆ แต่ด้วยกระแสความดีงามของตัวหนัง จึงทำให้ผู้คนพากันบอกต่อแบบ ปากต่อปาก จนเกิดกลายเป็นกระแสขึ้นมา Your name เข้าฉายในญี่ปุ่นและทำเงินไปถล่มทลายเป็นประวัติการณ์ สามารถทำเงินทะลุหมื่นล้าน และเป็นหนังอนิเมะที่ไม่ได้มาจาก จิบลิ สตูดิโอ โดยเป็นอนิเมะเรื่องแรกที่ทำเงินเกินหมื่นล้านได้ และก้าวขึ้นไปท้าชิงกับสตูดิโอ จิบลิ ได้อย่างไม่กลัวศักดิ์ศรีกันเลยทีเดียว

Your name กำกับโดย ชินไค มาโคโตะ ซึ่งเป็นเจ้าพ่อการ์ตูนอารมณ์เหงา ผู้เขียนเลยแอบเปรียบเทียบระหว่างผู้กำกับหนังอารมณ์เหงาชื่อดังชาวฮ่องกง อย่าง หว่อง กาไว ไม่ได้ เพราะรู้สึกได้ถึงพลังแฝงแห่งความเหงา และการเล่าถึงความสัมพันธ์คู่ขนานของตัวละครหลัก ที่แม้จะอยู่ด้วยกัน แต่ไม่อาจครองคู่กัน จนเป็นที่มาของฉายา ผู้ชายขายความเหงา

ชินไค มาโคโตะ ขึ้นชื่อว่ามีฝีมือทางด้าน งานภาพที่ละเอียดจนน่าหลงไหล โดยนอกจากจะกำกับแล้ว ยังเป็นผู้ออกแบบฉากเองอีกด้วย และมักจะนำสถานที่แลนด์มาร์กต่างๆเข้ามาในเฟรมหนังของเขา จนเกิดกลายเป็นกระแสผลักดันให้คนตามรอยหนังและไปเซลฟี่เก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

โดยตัวหนังออกแนวเป็นหนังรักโรแมนติก ไซไฟว่าด้วยเรื่องราวของ 2 หนุ่มสาวที่มีชีวิตแตกต่างกัน ทาคิ หนุ่มที่อาศัยในโตเกียว และ มิตสึวะ เด็กสาวน่ารักจากชนบท ทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนมาคืนหนึ่งได้เกิดปรากฎการณ์ดาวตกในรอบ 1000 ปี ทั้งสองต่างฝันว่าได้ใช้ชีวิตเป็นอีกคนหนึ่ง ความสัมพันธ์คู่ขนาดจึงเกิดขึ้น โดยจุดเด่งของหนังเรื่องนี้เล่นประเด็นเกี่ยวกับช่วงเวลา มีการลำดับเรื่องราว ผู้เขียนอยากให้ผู้ชมอนิเมะเรื่องนี้ตั้งใจดูสักนิดนึง เพราะการลำดับเนื้อเรื่องจะชวนงงเล็กน้อย แต่รับรองได้ว่าเราจะสามารถรับรู้ถึงจุดเชื่อมโยมสำคัญของหนังได้ ตอนต้นเรื่องของหนังก็ตามสไตล์ผู้กำกับ ชินไค มาโคโตะ ละครับ ที่ชอบปล่อยแบบเอื่อยๆเนือยๆ ออกจะน่าเบื่อเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นมาผู้เขียนรับรองได้เลยว่า เรื่องราวที่จะต้องพบเจอใน Your name จะทำให้คนดูถึงกับมีน้ำตาซึม เพราะในหนัง มีอารมณ์ จุกอกแบบพูดไม่ออกเยอะมากจนทำให้ผู้เขียนน้ำตาไหล และตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาว่า ครั้งสุดท้ายที่ดูการ์ตูนแล้วมีน้ำตาเกิดขึ้นกับหนังเรื่องอะไร

ผู้เขียนขอแนะนำให้ไปดูเถอะครับ มันคุ้มกับเวลาและเงินที่เสียไปมากๆ Your name หลับตาฝันถึงชื่อเธอ

การ์ตูนญี่ปุ่นยอดนิยมในเมืองไทย

qafqafgqfg

!!ชาลา เฮด ชาลา!! ท่อนฮุคบทเพลงที่คนหนุ่มสาววัย 30 อัพในบ้านเราจะต้องรู้จักเพลงนี้ เพราะเป็นเพลงการ์ตูนยอดฮิตเมื่อประมานเกือบ 20 ปีที่แล้ว แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังมีเด็กหนุ่มสาว สาวกคอการ์ตูนยังเปิด youtube หามาดูย้อนหลัง หรือคนรุ่นเก่าที่เติบโตมาพร้อมกับการ์ตูนชื่อดังเรื่องนี้ก็ยังเปิดดูซ้ำแล้วซ้ำอีก แน่นอนครับ Dragon ball z คือการ์ตูนยอดฮิตเรื่องนี้นั่นเอง ด้วยตอนเด็กผู้เขียนเติบโตมาพร้อมกับรายการ ช่อง 9 การ์ตูน ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ ผู้เขียนจะตื่นแต่เช้ามาเพื่อรอดูการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็น โดราเอม่อน แสลมดังค์ คนเก่งฟ้าประทาน หรือ เซลเลอร์มูน

แต่สำหรับผู้ชายนั้นคงจะอินหรือว่าชอบการ์ตูน Dragon ball z มากกว่าผู้หญิง ที่ส่วนมากจะชอบ เซลเลอร์มูน เพราะด้วยการแต่งตัวของตัวละครน่ารัก ตาโต และการเจาะตลาดของกลุ่มคนดูที่มุ่งถึงผู้หญิงนั่นเอง แต่สำหรับเจ้าแมวตัวสีฟ้าที่กลัวหนูขึ้นสมอง กับเพื่อนมนุษย์เด็กผู้ชายขี้แพ้ หรือการ์ตูน โดราเอม่อน นั้นผู้เขียนคิดว่าน่าจะเข้าถึงคนดูทั้งเพศหญิงและเพศชาย เพราะเป็นการ์ตูน ที่เล่าเรื่องมิตรภาพระหว่างตัวละครสองตัวและเสริมด้วยทีมเพื่อนจอมป่วน แล้วก็เล่นประเด็นเพื่อนแอบหลงรักเพื่อน จึงทำให้โดราเอม่อนเป็นที่ชื่นชอบครองใจคนดูมาจนถึงทุกวันนี้

ตัดสลับมาที่ปัจจุบันกันเลยนะครับท่านผู้อ่าน เพราะในปัจจุบันนี้การที่เราจะดูการ์ตูน ไม่จำเป็นจะต้องตื่นเช้ามาเพื่อเฝ้ารอหน้าจอทีวีแบบเมื่อก่อน และการ์ตูนญี่ปุ่นก็ยังไม่เสื่อมมนต์ขลังลงแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าจะเป็นมังงะ หรือ อนิเมะ ต่างก็เข้ามาบุคตลาดเมืองไทยมากขึ้นทุกวัน แม้ว่าช่วงหลังมานี้ จะมีการ์ตูนฮีโร่จากฝั่งตะวันตกที่ดัดแปลงเป็นหนังใหญ่เข้ามาตีตลาดในบ้านเรา และโกยเงินไปเรื่องละไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน ไม่ว่าจะเป็น Iron man หรือ captain America จากฝั่งบ้าน Marvel หรือจะเป็นค่ายคู่แข่งอย่าง DC ที่มีฮีโรเป็นตัวชูโรงอย่าง Batman หรือ superman แต่เท่าที่สำรวจตลาด ปรากฏว่ามังงะ กับ อนิเมะ จากฝ่างญี่ปุ่นก็ยังมาแรงแบบเรื่อยๆ แม้จะไม่โดดเด่นเป็นกระแสแบบฮีโรจากฝั่งฮอลลีวูด แต่ก็มาได้เรื่อยๆ เพราะวัยรุ่นหรือนักอ่านการ์ตูนทุกวันนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนอย่าง ยอดนักสืบโคนัน Death note นารูโตะ hunter x huner bleach(เทพมรณะ) One piece และ ครูพิเศษจอมป่วน หรือ Reborn นั่นเอง ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ได้หยิบยกมากล่าวถึง แต่ท่านผู้อ่านครับผมเชื่อได้เลยว่า ต้องมีท่านผู้อ่านทางบ้านแย้งพร้อมกับบอกว่ายังมีอีกเยอะสำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นดังๆที่ผู้อ่านชอบเสพย์กัน  แต่ไม่ว่าจะมีเรื่องไหนผมผู้เขียนค่อนข้างเชื่อว่าการ์ตูนญี่ปุ่นจะอยู่คู่กับนักอ่านบ้านเราไปอีกนาน